🍈 ทุเรียนไทย…ยังเป็นผู้นำ แต่ไม่ใช่เวลาที่จะหยุดพัฒนา
แม้ประเทศไทยยังคงเป็น ผู้ส่งออกทุเรียนรายสำคัญที่สุดเข้าสู่ตลาดจีน และล่าสุดสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 80% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 แต่ภาพการแข่งขันในตลาดโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
วันนี้ คู่แข่งของไทยไม่ได้มีเพียงเวียดนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนภายในประเทศจีนเอง
การแข่งขันในอนาคตจึงไม่ได้วัดกันที่ “ใครปลูกได้มากกว่า”
แต่จะวัดกันที่…
✅ คุณภาพผลผลิตที่สม่ำเสมอ
✅ ความปลอดภัยด้านสารตกค้าง
✅ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
✅ การบริหารรหัสแปลงปลูก (GAP) และโรงคัดบรรจุ
✅ ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
ผู้ซื้อในตลาดจีนให้ความสำคัญกับข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพบปัญหาด้านคุณภาพหรือความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และลดผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรม
ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่การรักษาความเป็นผู้นำ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร โรงคัดบรรจุ ผู้ส่งออก ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ
“ความได้เปรียบในวันนี้ ไม่ใช่หลักประกันของวันพรุ่งนี้”
การยกระดับมาตรฐานตั้งแต่ในสวน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก
📚แหล่งข้อมูล
- General Administration of Customs of the People’s Republic of China (GACC)
- South China Morning Post (23 July 2026): China’s durian imports from Thailand and Malaysia soar as glut pressures growers
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์
เรียบเรียงโดย : บานชื่น ผกามาศ

