เจาะลึกตัวเลขส่งออก
ยืนยัน… ทำไมพายุในจีนถึงทำราคาทุเรียนไทยสะดุด?
พี่น้องชาวสวน หลายคนอาจสงสัยว่า “พายุตกที่จีน
แต่ทำไมราคาทุเรียนหน้าสวนที่ไทยถึงร่วง?”
ภาพสถิติการส่งออกล่าสุดนี้ มีคำตอบที่ชัดเจนมาก
ถ้าเรามองตัวเลขนี้ ร่วมกับสถานการณ์พายุไมสัก
จะเห็น “3 จุดสำคัญ” ที่อธิบายกลไกตลาด
ในตอนนี้ได้ทันที คือ
1) ทุเรียนเราเกือบทั้งหมด เดินหน้าเข้าหาพื้นที่พายุโดยตรง
จากกราฟวงกลม (ในภาพ)
ทุเรียนไทยส่งออกไป “จีนตอนใต้” สูงถึง 78.1%
ซึ่งพื้นที่จีนตอนใต้ (โดยเฉพาะกว่างซี) คือจุดที่โดนพายุถล่มน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 20 ปี
แปลว่าตลาดหลักเกือบ 80% ของเราในวันนั้น
กำลังวิ่งเข้าไปหาพื้นที่ภัยพิบัติที่ร้านค้าและตลาดส่งกำลังปิดตัวชั่วคราวครับ
2) ด่านอันดับ 1 กลายเป็นคอขวด
ด่านที่ทุเรียนไทยใช้ขนส่งมากที่สุดคือ
ด่านนครพนม ผ่านด่านโหย่วอี้กวน สูงถึง 2,831 ตัน (เกือบครึ่งหนึ่งของตู้ทั้งหมดในวันนั้น)
ซึ่งด่านโหย่วอี้กวนตั้งอยู่ในเขตกว่างซี ที่น้ำท่วมและ
ดินถล่มปิดทางหลวงพอดี เมื่อรถเกือบ 3,000 ตันแห่ไปอออยู่ที่ด่าน แต่เดินทางต่อไม่ได้
จึงเกิดปัญหาตู้สินค้าติดค้างสะสมอย่างเลี่ยงไม่ได้
3) ผลกระทบย้อนกลับมาที่หน้าสวน
(ทำไมล้งต้องปรับราคา?)
เมื่อตู้สินค้าไปติดค้างอยู่ที่ด่านจีน
ล้งฝั่งไทยยังเก็บเงินปลายทางไม่ได้
แถมมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟเลี้ยงตู้และเสี่ยงทุเรียน
เน่าเสียเพิ่มขึ้น เมื่อตู้เก่ายังระบายออกไม่ได้
ล้งจึงจำเป็นต้องชะลอการซื้อ หรือปรับลดราคารับซื้อทุเรียนตัดใหม่หน้าสวนลงชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยง
ที่เกิดขึ้นฝั่งจีนครับ
💡 สรุป คือ …
สถานการณ์ราคาทุเรียนที่ปรับตัวลงในขณะนี้
ไม่ใช่เพราะทุเรียนไทยไม่มีคนซื้อ แต่เป็นเพราะ
“ทางเดินไปหาคนซื้อถูกธรรมชาติปิดกั้นชั่วคราว”
สมาคมฯ ขอให้พี่น้องชาวสวนมั่นใจในคุณภาพทุเรียนของเรา ช่วยกันตัดทุเรียนที่ได้เปอร์เซ็นต์แป้งและ
สุกแก่ที่เหมาะสม ไม่ตัดอ่อน เพื่อรักษาภาพลักษณ์
และรอจังหวะให้สถานการณ์น้ำท่วมและหน้าด่าน
ฝั่งจีนคลี่คลาย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานครับ
อ้างอิง
สถิติการส่งออกทุเรียนไปจีน
ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2569
กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
#สมาคมทุเรียนไทย #ThaiDurianAssociation #TDA #ชาวสวนทุเรียนไทย #พายุไมสัก #Maysak2026 #น้ำท่วมจีน #อัปเดตสถานการณ์จีน #ด่านโหย่วอี้กวน #โลจิสติกส์ทุเรียน

