นาย ภานุศักดิ์ สายพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมทุเรียนไทย ร่วมลงนามทำ MOU กับ นาย เงวียน ทัน บิ่น นายกสมาคมผลไม้พืชผัก ประเทศ เวียดนาม ในการร่วมพัฒนาห่วงโซ่ทุเรียนทั้งระบบ และแลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องของด่านส่งออก การพัฒนาคุณภาพทุเรียน การค้าการลงทุนในภาคการผลิตทุเรียน ซึ่งทั้งสองฝ่ายทั้งประเทศไทยและประเทศเวียดนามต่างมีความยินดีที่ได้มาร่วมลงนามในการทำ MOU ในครั้งนี้
นาย ภานุศักดิ์ สายพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมทุเรียนไทย ได้กล่า;ว่า
” ในส่วนของภาคเอกชน มีความยินดีที่ได้ร่วม นามในการทำ MOU กับทางสมาคมผลไม้พืชผัก ประเทศ เวียดนาม เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องด่านขนส่งของทั้งสองประเทศให้เกิดความราบรื่นในการค้าขายกับประเทศปลายทางที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่ของเรา “
ทางด้าน นาย เงวียน ทัน บิ่น นายกสมาคมผลไม้พืชผัก ประเทศเวียดนาม ก็ได้กล่าวเสริมว่า
” เป้าหมายในการมาจังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ของเรา เพื่อจะมาศึกษาดูงานการผลิตทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี เพื่อหวังว่าจะมีการร่วมมือในการเรียนรู้และแบ่งปันในเรื่องของการผลิตทุเรียนคุณภาพและประกอบการส่งออกทุเรียน เรามีความยินดีที่ได้มีการร่วมมือกับทางประเทศไทยในเรื่องทุเรียนทั้งสองประเทศในทุกๆด้าน “
โดยการทำ MOU ในครั้งนี้เป็นการทำ MOU ความร่วมมือเบื้องต้นเพื่อให้ทั้งสองประเทศได้รับทราบถึงความต้องการในด้านต่างๆในห่วงโซ่ทุเรียนเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันทั้งสองประเทศในอนาคต
ปัจจุบันประเทศเวียดนามถือว่าเป็นประเทศที่ 2 ที่ได้รับการอนุญาตส่งทุเรียนผลสดไปยังประเทศจีนได้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินต์ ระบุว่า ปี 2564 เวียดนามมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 50,000 เฮกตาร์ หรือราว 3.12 แสนไร่ มีผลผลิตราว 642,600 ตัน ส่วนใหญ่ปลูกทางภาคใต้ของเวียดนาม เช่น จังหวัด Dak Lak / จังหวัด Lam Dong / จังหวัด Dong Nai / จังหวัด Vinh Long และจังหวัด Ben Tre ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปี 2569 เวียดนามจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนอยู่ที่ 700,643 ตัน
นอกจากทุเรียนสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยม อาทิ สายพันธุ์ Ri 6 (35% ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ) / สายพันธุ์ Hat Lep Chuong Bo / สายพันธุ์ Kho Qua Xanh และสายพันธุ์ Chin Hoa แล้ว เวียดนามยังมีการปลูกทุเรียนสายพันธุ์ไทยอย่างหมอนทอง (40% ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ) และก้านยาว รวมถึงสายพันธุ์ Cai Mon ของกัมพูชาด้วย
เมื่อเดือนกันยายน 2565 ทุเรียนสดล็อตแรกของเวียดนาม น้ำหนัก 18.24 ตัน มูลค่า 512,400หยวน หรือราว 2.7 ล้านบาท ได้ลำเลียงเข้าประเทศจีนอย่างเป็นทางการแล้วผ่านด่านโหย่วอี้กวาน
ความได้เปรียบของทุเรียนเวียดนาม คือ เวียดนามมีฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียนยาว ได้ผลผลิตต่อปีค่อนข้างสูง ที่สำคัญ การที่เวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับจีน การขนส่งมีระยะทางสั้น ช่วยให้ผลทุเรียนยังคงความสดใหม่และมีต้นทุนต่ำ
สมาคมทุเรียนไทยจึงเสนอเรื่องของด่านเป็นเรื่องสำคัญในการร่วมทำ MOU กับทาง สมาคมผลไม้พืชผัก ประเทศเวียดนาม ในครั้งนี้
สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่
